รีวิวหนังสนุกๆ The Bridge Curse คำแช่งสะพานเฮี้ยน : ผีระเบิดส้วม

The Bridge Curse

คำแช่งสะพานเฮี้ยน The Bridge Curse หนังผีเชื้อชาติไต้หวันที่ไปถึงเป้าหมายในบ้านกำเนิดเป็นอย่างมากเพราะว่าเข้าฉายภายหลังที่เหตุการณ์วัววิดในประเทศตนเองคลี่คลายแม้กระนั้นเข้าฉายในโรงหนังบ้านพวกเราตรงเวลาสั้นๆก่อนที่จะลงสตรีมิ่งNetflix อย่างเร็วและก็ติดอันดับหนังยอดฮิตช่วงปลายอาทิตย์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

doomovie  ไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้เลยว่าคนวิกลจริตพวกเราชอบพอหนังแนวชวนขันลุกกันเป็นทุนเดิม The Bridge Curse บอกเล่าเรื่องราวของตำนานสยองขวัญประจำมหาวิทยาลัยในไต้หวันที่ว่าด้วยบันไดอาถรรพณ์ที่ทอดยาวที่สู่เนินในป่า ในทุกเมื่อเที่ยงคืนเช้าใจกันว่าจะมีบันไดขั้นที่ 14 มากขึ้นมาอย่างปัญหาแล้วก็หากคนใดกันแน่หันหลังกลับไปดูที่ตีนสะพาน ก็ควรจะมีอันเป็นไปอย่างปัญหา

แน่ๆว่าเริ่มราวต้องดำเนินด้วยการที่มีนักเล่าเรียนแก่นเซี้ยวที่กำเนิดต้องการจะลองดี ท้าความศรัทธาด้วยการจัดกิจกรรมพิสูจน์อาถรรพณ์ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ไม่ทันไรเรื่องเชิญชวนขวัญผวาก็เกิดขึ้นโดยทันทีเมื่อเก้าอี้ที่พวกเขาวางไว้เฉยๆก็กำเนิดขยับได้ ก่อนที่จะบรรดานิสิตกลุ่มนี้จะหนีเตลิดเปิดเปิงเตลิดกันไปคนละทิศละทาง

ว่ากันตามจริงตัวหนังกล่าวได้ว่าเดินตามสูตรสำเร็จตามหนังวัยรุ่นหนีผี ตามแบบฉบับค่ายภาพยนตร์ไทยบ้านพวกเราอย่างไฟว์สตาร์สร้างบ่อยๆ ส่วนคุณผู้หญิงผีผมยาวที่ตามจองเวรจองกรรมเหล่านิสิตก็มองหมกมุ่นกับการสิงแล้วก็หลอกบรรดาผู้รับเคราะห์ในสุขาเน่าอยู่บ่อยมาก ไม่ว่าจะเป็นเหยื่อเด็กหนุ่มที่ถูกหลอกระหว่างนั่งเบ่งขี้! (เป็นการหลอกที่ทารุณไร้มนุษยธรรมเอาซะอย่างมากน้องเพศหญิงผมสั้นที่บ้าถ่ายคลิปไม่ได้เรื่องเข้าราวจนกระทั่งงานเข้า รู้สึกตัวอีกครั้งผีก็เกือบจะฉุดกระชากหัวไปรับประทาน!

หากแม้พวกเราจะเข้าใจดีว่าหนังจะอุตสาหะเชื่อมโยงกรรมวิธีการหลอกกับต้นเหตุการเสียชีวิตของผีร้ายที่จะต้องเกี่ยวกับน้ำเป็นหลัก ซึ่งขั้นตอนการครีเอทแต่ละฉากส่วนตัวเรามองไม่ค่อยจะน่าขนลุกแต่ว่าออกไปในโทนเฮฮาเอาซะมากยิ่งกว่า แล้วหลังจากนั้นก็ไม่ค่อยรู้เรื่องตรรกะสำหรับในการเอาชีวิตรอดของนักแสดงที่เวลาเหตุการณ์ฉุกเฉิน พวกเขาก็จะมองเป็นห่วงพะวักพะวงวุ่นวายอยู่กับโทรศัพท์เคลื่อนที่มากยิ่งกว่าจะวิ่งหนี หรือจริงๆหนังอยากได้สะท้อนนิสัยของวัยรุ่นในปัจจุบันที่เสพย์ติดสมาร์ทโฟนก็มีความน่าจะเป็นไปได้อีกด้วยเหมือนกัน

ตอนท้ายเมื่อเหตุการณ์เริ่มคลี่คลายและก็เฉลยคำตอบเงื่อนปัญหาผ่านการไต่สวนคดีของผู้สื่อข่าวสาว (ที่ดำเนินอยู่ในระยะเวลาคู่ขนานสิ่งที่อยู่ในคำชี้แจงก็มองไม่เหมาะเข้าท่าเข้าทาง แล้วก็ความอุตสาหะที่จะเชื่อมโยงเส้นเวลาในแต่ละปีอย่างเช่นปี 2012 2016 รวมทั้ง 2020 ก็ดูเลอะเทอะสกปรกและไม่ช่วยทำให้พวกเรารู้เรื่องความอาถรรพณ์ทั้งสิ้นที่เกิดขึ้นได้เลยแม้แต่น้อย หรือข้อเท็จจริงบางทีก็อาจจะเป็นเป้าหมายของเพศผู้ดูแลที่ตั้งจิตใจต้องการจะเฉลยคำตอบเงื่อนกลุ่มนี้กับภาคต่อที่จะตามมาในอนาคตก็เป็นไปได้